TSI WELCOMES YOU TO OUR HOMEPAGE.     59 Years Steady Growth And Friendly Services
  Home | History | Product&Service | Company Profile | Service center


3 hotels in Vienna rating.

 

 




   
 ขับขี่ปลอดภัยในหน้าฝน

          
่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน....ผู้ที่ขับขี่ยวดยานทั้งหลายคงทราบกันดีแล้วว่าเป็นสภาพอากาศ (ของเมืองไทย) ที่ขับรถยากที่สุด และมักจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายที่สุดด้วย
                  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนทางด่วน ที่รถมักใช้ความเร็วกันสูง ยิ่งเป็นจุดที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย แม้ว่าจะมีข้อกำหนดเรื่องการใช้ความเร็วบนทางด่วนไว้ไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่งโมงเพื่อความปลอดภัยแล้วก็ตาม และสาระน่ารู้บนทางด่วนวันนี้ จึงนำเสนอเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ของการเตรียมตัวในยามที่จำเป็นต้องขับรถท่ามกลางสายฝนมาฝากกัน
                  เรื่องแรกคือ เรื่องของความเร็วของรถ  ท่านผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ให้คำแนะนำว่า การใช้ความเร็วสำหรับถนนเปียกนั้น ควรจะลดลงให้เหลือเพียง 2 ใน 3 จากตอนที่วิ่งปกติบนถนนแห้ง  (หรือประมาณ 70- 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็พอ) เพื่อยางจะได้เกาะถนนได้ดี  และที่สำคัญจะช่วยป้องกันไม่ให้รถของคุณไถล หรือหมุนติ้วไปบนพื้นถนนที่ปกคลุมด้วยน้ำ เพราะยางจะไม่จับผิวถนน คือลอยอยู่บนผิวน้ำตามอาการ "รถเหินน้ำ" นั่นเอง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จะทำให้คุณๆ คุมสถานการณ์ได้ยาก
                  ถ้าเกิดอาการดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ ก็ขอแนะนำว่าประการแรกคือ ต้องตั้งสติ และอย่าเหยียบเบรกอย่างรุนแรงโดยเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการลื่นไถลถึงขั้นหมุนได้ 
                  สิ่งที่ควรทำก็คือ ค่อยๆ ถอนเท้าออกจากคันเร่ง ให้ความเร็วค่อยๆ ลดลงช้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆ แตะเบรก เพื่อให้ยางรถของคุณเกาะพื้นถนนได้ดีขึ้น และ พยายามประคองพวงมาลัยตั้งล้อให้ตรงไว้ เพื่อไม่ให้รถหลุดออกนอกเส้นทางวิ่ง 
                  อีกเรื่องที่สำคัญในการขับรถหน้าฝนก็คือ การกะระยะตามรถคันหน้า ในเวลาปกติคุณขับรถบนพื้นถนนแห้ง ๆ คุณรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าเท่าไหร่ เวลาฝนตกถนนเปียก ขอให้คุณเพิ่มระยะห่างขึ้นอีก 1-2 เท่าตัว เผื่อพื้นที่และเวลาไว้ สำหรับเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
                  เรื่องการบอกตำแหน่งที่รถของเราอยู่ก็สำคัญ เพราะในยามฝนตกหนัก ทัศนวิสัยมักจะแย่ การเพ่งมองและกะระยะในการขับรถทำได้ยากลำบาก ดังนั้นสิ่งที่พึงปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของเราเองเวลา อยู่บนถนนในสภาพอากาศแบบนี้ก็คือ การกระพริบไฟใหญ่เป็นช่วงๆ เพื่อบอกตำแหน่งรถของเราให้รถคันอื่นได้ทราบ อย่างน้อยก็เป็นการเซฟตัวเองด้วยการบอกให้รถคันอื่นรู้ว่า ฉันอยู่ตรงนี้นะ อย่าเข้ามาชนหรือเข้ามาใกล้ เกินไป แล้วรถคันอื่น ก็จะพากันทำตามเองนั่นแหละ เพราะเขาเองก็มองไม่เห็น และกลัวรถคันอื่นมาชนเหมือนกัน
                   แถมท้ายอีกนิด สำหรับกรณีขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง สำหรับผู้ใช้ทางปกติ  ที่ไม่ใช่บนทางด่วน  ขั้นแรกคุณควรหยุดรถประเมินก่อนเลยว่าน้ำลึกแค่ไหน ถ้ามีทางเลือกก็เปลี่ยนเส้นทาง แต่ถ้าไม่มีทางอื่นแล้ว และเห็นว่าน้ำไม่ลึกมากนัก ก็คงต้องลองเสี่ยงดู วิธีง่ายๆ คือ ถ้ามีรถ (เจ้าถิ่น) ขับนำหน้าแบบดูแล้วคุ้นเคย คุณก็ขับตามเค้าไปนั่นแหละ แล้วพยายามเร่งเครื่องให้รอบสูงๆ เอาไว้พอดี ๆ โดยใช้วิธีเลี้ยงคลัตช์เพื่อถนอมความเร็วให้ต่ำอย่างพอดี เพื่อป้องกันเครื่องดับกลางน้ำ
                 
อย่าใช้ความเร็วด้วยคิดว่าจะหนีสภาพน้ำท่วมให้ได้เร็วที่สุด เพราะแรงปะทะระหว่างรถกับน้ำ อาจทำให้เกิดคลื่นและเข้าไปในห้องเครื่อง  ซึ่งจะทำให้เครื่องรถดับ  และเมื่อขับรถฝ่าน้ำมาได้แล้ว เบรกของคุณจะเปียกน้ำ  เวลาเหยียบลงไปจะเหมือนไม่มีเบรกอยู่เลย คุณจะต้อง ทำให้เบรกแห้ง โดยการไล่น้ำออกด้วยการแตะเบรกเบาๆ ไว้ระยะหนึ่ง ในระหว่างนี้อย่าลืมขับช้าๆ อย่าใช้ความเร็วเพราะเบรกยังอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน ให้ทำไปเรื่อยๆ ผ่อนบ้าง กดบ้าง จนกว่ารู้สึกว่าใช้งานได้ตามปกติ
                  อนึ่ง การเตรียมพร้อมด้วยการตรวจเช็คสิ่งจำเป็นสำหรับรถคุณ เช่น ยางปัดน้ำฝน, ดอกยาง, เบรกเท้า, เบรกมือ, ไฟกระพริบ ฯลฯ ว่าอยู๋ในสภาพใช้งานหรือไม่            แต่ถ้าเกิดปัญหาฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ บนทางด่วน คุณสามารถเรียกใช้บริการกู้ภัยบนทางด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเบอร์ โทร 1543
แหล่งข้อมูล :  สารทางด่วน ปีที่ 2 ฉบับที่ 8 ประจำเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2543

บมจ. ไทยเศรษฐกิจประกันภัย
160 อาคารไทยเศรษฐกิจ  ถนนสาทรเหนือ  บางรัก  กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์  คู่สาย)  โทรสาร  2374621
E-mail :
info 

Information Center

เบี้ยประกันรถใหม
ประกันอัคคีภัย
ประกันภัยทางทะเล
ประกันเบ็ดเตล็ด
ประกันรถยนต์
ศูนย์บริการ
ประวัติบริษัท
งบดุล
คณะกรรมการบริษัท
คณะผู้บริหาร
เกร็ดความรู้
ประชาสัมพันธ์
มุมสังสรรค์

Home Page Sitemap